เมื่อโชคชะตานำพา สายลม (ตี๋ ธนพล) นักเรียนนอกจากอเมริกาที่กลับมาพักร้อนที่พัทยา และป่วยเป็นโรคกลัวการสัมผัส เกิดอาการแพนิคหลังถูกนักท่องเที่ยวเผลอแตะตัว สายลมวิ่งหนีสุดแรงก่อนพุ่งชน นับหนึ่ง (มาสุ จรรยางค์ดีกุล) หมอจิตแพทย์ที่กำลังปั่นจักรยานไปทำงาน ทั้งคู่กลิ้งล้มลงบนชายหาดและเกิดจูบไม่ทันตั้งตัว แต่สิ่งที่ทำให้สายลมยิ่งสับสน คือเขาสามารถสัมผัสนับหนึ่งได้ ทั้งทีไม่เคยยอมให้ใครเข้าใกล้ ความตกใจสายลมรีบหนีไป โดยไม่รู้ตัวว่าทำสร้อยของแม่หล่นไว้ นับหนึ่งเห็นจึงเก็บไว้เพื่อรอคืนเจ้าของ และวันเดียวกันนั้นเอง นับหนึ่งเพิ่งถูกปฏิเสธการแต่งงาน แผนชีวิตที่ตั้งใจไว้พังลงต่อหน้า และความบังเอิญพาให้นับหนึ่งกับสายลมกลับมาเจออีกครั้ง แต่เต็มไปด้วยความเข้าใจผิด สายลมกล่าวหานับหนึ่งว่าเป็นขโมยโดยไม่ฟังคำอธิบาย จนเกิดอาการแพนิคกำเริบหนักขึ้น และนับหนึ่งต้องก้าวเข้ามารับมือฐานะหมอ
เรื่องราวของ สายลม (ตี๋ ธนพล) และ นับหนึ่ง (มาสุ จรรยางค์ดีกุล) เริ่มใกล้กันมากขึ้น เมื่อสายลมไปหานับหนึ่งที่คลินิก แต่กลับรู้ว่านับหนึ่งออกไปทำงานข้างนอก ก่อนที่ทั้งคู่จะได้มาเจอกัน หลังเสร็จงานนับหนึ่งชวนสายลมกันไปกินข้าว บรรยากาศทำให้สายลมเริ่มเมาและเผลอปล่อยความรู้สึก ทั้งชวนนับหนึ่งไปเต้นและลงไปเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน จนนับหนึ่งต้องพาสายลมกลับบ้าน พร้อมช่วงเวลาใกล้ชิดที่ทำให้หัวใจของสายลมเริ่มหวั่นไหวโดยไม่รู้ตัว ขณะที่บรรยากาศในร้าน Love Like A Bike ก็เริ่มปั่นป่วน เมื่อ ไพลิน (หงษ์ สุชาดา) รับ ดินดิน (ต้า นันคุน) เข้ามาช่วยทำเบเกอรี่ ทั้งที่เขาเคยมีความสัมพันธ์กับ ตะวัน (อัส นิติธร) มาก่อน และจบลงด้วยการถูกทิ้ง การกลับมาเจอกันอีกครั้งจึงเต็มไปด้วยความอึดอัด พร้อมแรงปะทะผ่านทั้งคำพูดและสายตา ด้านฟลอร์บาร์ก็แซ่บไม่แพ้กัน เมื่อ สกาย (แดนนี่ ลูเซียโน่) บาร์โฮสตัวท็อปของร้าน ถูก นาวา (วิน ธนัท) ลูกค้าหนุ่มที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ประมูลดื่มชนะ สกายจึงต้องรับหน้าที่ดูแลนาวาอย่างใกล้ชิด และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำความรู้จักของทั้งคู่
ยิ่งดูยิ่งหยุดไม่ได้ สำหรับซีรีส์วายฟีลกู๊ดกระแสแรง “Love Like A Bike ปั่นไปให้ถึงรัก EP.3” ที่เรื่องราวของแต่ละคู่เริ่มขยับเข้าใกล้กันมากขึ้น โดยเฉพาะ สายลม (ตี๋ ธนพล) และ นับหนึ่ง (มาสุ จรรยางค์ดีกุล) จากคนรู้จักค่อยๆ สนิทกันมากขึ้นจนเกินกว่าคำว่าใกล้ชิด ทำให้สายลมเริ่มสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง จนต้องไปขอคำปรึกษาจากเพื่อนสนิท ขณะที่นับหนึ่งกลับเปิดใจมากขึ้นและชวนสายลมออกทริปปั่นจักรยานด้วยกันอีกครั้ง ซึ่งทำให้สายลมได้รู้ว่านับหนึ่งเพิ่งเลิกกับแฟนมาไม่นาน ยิ่งทำให้ความผูกพันของทั้งสองค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นทีละน้อย ก่อนที่เรื่องราวจะเดินทางมาถึงจุดที่สายลมตัดสินใจจะเข้ารับการรักษาอาการกลัวการสัมผัสของตัวเอง และท่ามกลางสายฝนที่โปรยลงมา ความรู้สึกที่พยายามเก็บไว้กลับเอ่อล้นเกินจะควบคุม จนสายลมเผลอโผเข้าจูบพี่หมอ กลายเป็นช่วงเวลาที่ทำให้หัวใจของทั้งคู่ก้าวข้ามเส้นเดิมไปโดยไม่รู้ตัว
สายลม (ตี๋ ธนพล) ไม่อยากเข้ารับการรักษาต่อ หลังรู้ว่าคนที่จะดูแลไม่ใช่พี่หมอ นับหนึ่ง (มาสุ จรรยางค์ดีกุล) เพราะเหตุผลเดียวที่ยอมรักษาตั้งแต่แรก ก็เพราะเชื่อว่านับหนึ่งจะช่วยให้ตัวเองดีขึ้นได้ แต่ยิ่งได้เจอกันบ่อย ความใกล้ชิดก็ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์เริ่มเกินกว่าคำว่า “คนไข้กับหมอ” จนนับหนึ่งพยายามถอยออกมาเพื่อรักษาระยะห่าง กลับทำให้สายลมรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้กลางทาง นับหนึ่งตามมาง้อขอโทษสายลม ด้าน ดินดิน (ต้า นันคุน) กำลังร้องเพลงอยู่ที่ร้าน แต่กลับถูก ตะวัน (อัส นิติธร) ขู่เรื่องหักเงินถ้าไม่มาหา แต่เหตุผลก็แค่ตะวันอยากให้ดินดินมาอยู่ข้าง ๆ เท่านั้น ขณะที่ สกาย (แดนนี่ ลูเซียโน่) ก็ตัดสินใจบอก นาวา (วิน ธนัท) ว่าจะเลิกเป็นโฮส เพื่อเริ่มต้นใหม่กับเส้นทางที่ตัวเองเลือก แม้จะไม่ง่าย แต่ก็อยากลองเดินตามหัวใจตัวเองดูสักครั้ง ส่วนทริปปั่นจักรยานที่ทุกคนชวนกันออกไปเปลี่ยนบรรยากาศ และได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ทำให้หลายความรู้สึกชัดขึ้นมากขึ้นกว่าเดิม บางคนเริ่มเปิดใจ บางคนเริ่มสับสน และบางคนก็เริ่มรู้แล้วว่าหัวใจของตัวเองกำลังปั่นไปหาใคร
เมื่อความใกล้ชิดของ สกาย (แดนนี่ ลูเซียโน่) กับ นาวา (วิน ธนัท) เริ่มเกินกว่าหน้าที่ จนทำให้นาวาอยากรู้ว่าการมีแฟนเป็นยังไง สกายจึงจูบเขาแบบคนรัก จากสิ่งที่เหมือนเป็นเพียงการลอง กลับทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กโฮสกับลูกค้าเริ่มสั่นไหว ด้าน ดินดิน (ต้า นันคุน) ช็อกเมื่อกลับบ้านมาแล้วพบว่ายายล้มอยู่กลางบ้าน แต่คนแรกที่นึกถึงคือ ตะวัน (อัส นิติธร) จากคู่กัดที่เจอกันทีไรก็มีเรื่องปะทะกันเสมอ กลายเป็นคนที่อยู่ข้างกันในเวลาที่อ่อนแอที่สุด และความใกล้ชิดที่ครั้งนี้ ทำให้ความรู้สึกบางอย่างเริ่มเปลี่ยนไปโดยไม่ทันรู้ตัว ขณะที่ นับหนึ่ง (มาสุ จรรยางค์ดีกุล) พยายามอยู่เคียงข้าง สายลม (ตี๋ ธนพล) ให้ผ่านช่วงเวลาการรักษาไปให้ได้ แต่เกิดเหตุการณ์ทำให้สายลมต้องเผชิญหน้ากับอดีตที่พยายามหนี เมื่อคนในความทรงจำอันเลวร้ายกลับมาอีกครั้ง ความกลัวที่ฝังลึกจึงเริ่มสั่นคลอนความสัมพันธ์ที่กำลังค่อย ๆ ดีขึ้น
เมื่อความรักของแต่ละคู่เดินมาถึงจุด “ต้องตัดสินใจ” เริ่มที่ พี่หมอนับหนึ่ง (มาสุ จรรยางค์ดีกุล) เดินเกมรุกแบบไม่มีกั๊ก หลังความรู้สึกชัดเจนเกินต้าน ตัดสินใจรุกหนักขอ น้องสายลม (ตี๋ ธนพล) เป็นแฟนแบบไม่ให้ตั้งตัว ขณะที่สายลมยังติดอยู่กับกำแพงในใจ ไม่กล้าก้าวข้ามความกลัวของตัวเอง งานนี้เกมรักจะไปต่อหรือสะดุด ต้องลุ้นกันต่อ ด้าน ดินดิน (ต้า นันคุน) กับ ตะวัน (อัส นิติธร) ก็เข้าสู่โหมดยิ่งหนียิ่งใกล้ เมื่อดินดินพยายามถอยห่าง แต่ยิ่งผลักออก กลับยิ่งดึงดูดกันแรงขึ้นแบบไม่รู้ตัว ขณะที่อีกเส้นเรื่องก็พีคไม่แพ้กัน เมื่อ นาวา (วิน ธนัท) ต้องเผชิญกับอาการป่วยที่ไม่มีใครคาดคิด และทันทีที่ สกาย (แดนนี่ ลูเซียโน่) รู้ความจริง
นับหนึ่ง (มาสุ จรรยางค์ดีกุล) ต้องหนักใจเพราะแม่แท้ ๆ มาขอร้องให้ช่วยน้องสาวที่กำลังป่วยหนักและต้องการไขกระดูก ในขณะเดียวกัน สายลม (ตี๋ ธนพล) ก็อยู่เคียงข้างคอยให้กำลังใจและสนับสนุน จึงทำให้นับหนึ่งรู้สึกอบอุ่นใจ ความใกล้ชิดระหว่างทั้งคู่ค่อย ๆ เติมเต็มหัวใจและหวานขึ้นเรื่อยๆ แต่แล้ว จู่ ๆ ญาณิณแฟนเก่าของนับหนึ่งก็กลับมา ด้าน ดินดิน (ต้า นันคุน) ต้องเผชิญหน้ากับเจ้าหนี้ แต่โชคดีที่ ตะวัน (อัส นิติธร) เข้ามาช่วยทัน แม้จะได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย การนั่งทำแผลและพูดคุยกันทำให้ทั้งคู่เปิดใจต่อกันมากขึ้น แต่แล้วลูกโซ่กลับถูกเจ้าหนี้จับตัวไปเรียกค่าไถ่ งานนี้พวกเขาจะช่วยลูกโซ่ได้หรือไม่ และหัวใจของแต่ละคู่จะผ่านบททดสอบครั้งนี้ไปได้อย่างไร
พี่หมอนับหนึ่ง (มาสุ จรรยางค์ดีกุล) และ น้องสายลม (ตี๋ ธนพล) ต้องเผชิญหน้ากับอดีตที่ย้อนกลับมา พร้อมระยะทางที่กำลังจะพาทั้งคู่ห่างกัน เมื่อสายลมต้องเดินทางกลับไปเรียนต่อที่อเมริกา ความรักที่กำลังเบ่งบานจะสั่นคลอนแค่ไหน ขณะที่ ดินดิน (ต้า นันคุน) และ ตะวัน (อัส นิติธร) กลับต้องเจอกับคำถามบางอย่าง ที่อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนทุกอย่าง ด้าน สกาย (แดนนี่ ลูเซียโน่) และ นาวา (วิน ธนัท) แม้เส้นทางความรักจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ทุกช่วงเวลาที่มีให้กัน ยังคงเป็นความหมายสำคัญที่ยึดเหนี่ยวหัวใจของกันและกันไว้